Pic_238878

ประสิทธิภาพ สมรรถนะ บนการขับขี่ทดสอบกระบะพันธุ์แกร่ง Chevrolet New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 โดนไม่โดนมาดูกัน...

Chevrolet New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 คันทดสอบ วางเครื่องดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 180 แรงม้า เป็นรถในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่มีความอเนกประสงค์ในการใช้งานบนเรือนร่างที่ใหญ่โตขึ้นในแทบทุกมิติ ผมมีเวลา 6 วันเต็มๆในการขับขี่ทดสอบผลิตภัณฑ์ปิกอัพจากค่ายโบว์ไท สงครามรถกระบะในประเทศไทยนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากค่านิยมการใช้รถยนต์ของคนไทยที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ของโลกใน ยุคปัจจุบัน เหตุการณ์มหาอุทกภัยที่เพิ่งจะผ่านพ้นกลายเป็นหลักแนวคิดสำคัญในการเลือก ซื้อรถยนต์คันใหม่ของผู้คนที่ได้รับผลกระทบในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และนี่คืออีกหนึ่งทางเลือก หากคุณมีใจให้มันมากพอ


รูป ลักษณ์แบบรถปิกอัพยกสูงของ New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 ดูบึกบึนใหญ่โตเต็มถนน จากสัดส่วนที่ถูกขยายออกไปแทบจะทุกมิติเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว กุญแจรีโมตคอนโทรลช่วยให้การเปิด-ปิดประตูมีความสะดวกง่ายดายขึ้น และกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ทุกค่ายต้องมีให้ เมื่อผมก้าวขึ้นไปนั่ง ความสูงบวกความกว้างขวางของเจ้า New Colorado 2.8 X-Cab เหมือนกับนั่งลอยอยู่บนอากาศ ทัศนวิสัยที่เกิดจากระดับความสูงของตัวรถช่วยทำให้มองเห็นได้อย่างกว้างไกล แต่เมื่อหันไปมองด้านข้างอาจมีมุมมองของบานประตูแบบ X-Cab ที่บดบังสายตาอยู่บ้าง เบาะแบบสปอร์ตหุ้มผ้ากำมะหยี่เนื้อนิ่มนั่งสบาย ตำแหน่งของการนั่งยังเชื่อมโยงกับการใช้ปุ่มและสวิตช์ต่างๆบริเวณคอนโซลกลาง ที่ผมชอบมากคือตำแหน่งของการวางหัวเกียร์ออโต้ที่สัมพันธ์กับท่านั่ง รวมถึงวงพวงมาลัยทรงสามก้านขนาดพอดีมือ หัวเกียร์ขนาดใหญ่ใช้วัสดุพวกโลหะชุบโครเมียมกับหนัง จับได้กระชับมือดี เมื่อโยกไปด้านซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งทริปทรอนิกส์ที่ผู้ขับสามารถเปลี่ยน อัตราทดขึ้น-ลงได้ด้วยตัวเอง


ประสบการณ์ 100 ปี ของ Chevrolet ในการรังสรรค์รถปิกอัพ ส่งถ่ายอนุกรมของสายพันธ์ุกระบะอเมริกันมายัง New Colorado เมื่อตัวรถเริ่มเคลื่อนที่ ช่วงล่างที่ออกแนวหนึบแน่นแตกต่างจากรถปิกอัพตัวอื่นของเหล่าบรรดาคู่แข่ง ร่วมตลาดอย่างชัดเจน พวงมาลัยของ New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 คันทดสอบถูกปรับตั้งให้มีบุคลิกที่แตกต่างออกไป มันไม่ไวหรือหนักจนเกินไป อาจไม่คมเท่า BT-50 Pro แต่สอดประสานไปกับการหักเลี้ยวได้อย่างมั่นคง และให้ความรู้สึกที่ดีพอควร คันเร่งไฟฟ้ามีน้ำหนักที่พอดี ทำงานด้วยความว่องไวและกระฉับกระเฉง ชนิดกดปุ๊บแรงบิดจะมาทันที และมาแบบเต็มๆ ทำให้การออกตัวบนเรือนร่างน้องๆยักษ์ของเจ้า New Colorado ลื่นไหลทันอกทันใจดีแท้ แรงบิด 470 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำจึงต้องระวัง หากคุณต้องเลี้ยวยูเทิร์นบนผิวถนนที่เปียกลื่นหรือมีกรวดทราย ขอเตือนว่าอย่ากดคันเร่งจนจมมิดทั้งหมด เมื่อม้า 180 ตัว ถูกปล่อยออกมาพร้อมๆกันกับแรงบิด 470 นิวตันเมตร มันอาจทำให้บั้นท้ายของเจ้า New Colorado 2.8 สะบัดได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว


บน ทางยกระดับกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 เส้นรังสิต-นครนายก มีรถไม่มากนักในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ทำให้ผมสามารถลองใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ ย่าน 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 ยังคงวิ่งได้อย่างมั่นคงแม้จะตัวสูงโย่ง แถมยังเหลือคันเร่งอีกเยอะมากในการไต่ระดับความเร็ว เครื่องยนต์ 2.8 Duramax Diesel Turbo ส่งเสียงกระหึ่มในรอบเครื่องเกิน 3,000 รอบต่อนาที มันคือเอกลักษณ์ของเครื่องดีเซลจากค่าย Chevy ที่ให้แรงบิดอย่างต่อเนื่องเมื่อระบบอัดอากาศทำงาน ชุดเทอร์โบแบบ Variable Geomety Turbo ซึ่งทำงานด้วยการแปรผันไปตามรอบของเครื่องยนต์ส่งถ่ายแรงบิดไปยังชุดส่ง กำลัง 6 สปีดแบบแอคทีฟ อัตราทดในโหมดออโต้ (D) ต่อเนื่อง ไม่มีอาการกระตุกกระชากแม้รถทดสอบคันนี้จะวิ่งมาเกือบๆ 1 หมื่นกิโลเมตรแล้วก็ตาม ผิวถนนที่เป็นลอนในบางช่วงอาจสร้างปัญหาให้กับการควบคุมตัวรถที่ความเร็วสูง บ้างแต่ไม่มากนัก ตามสไตล์ปิกอัพยกสูงที่มีกระแสลมเข้าเกี่ยวเนื่องทั้งบริเวณ กระบะท้ายกับใต้ท้องรถ มวลน้ำหนัก 1.7 ตัน กับการออกแบบช่วงล่างด้านหน้าทำให้การวิ่งที่ย่านความเร็วสูงไม่สร้างความ เครียดมากนักหากผิวถนนอยู่ในสภาพปกติ


ระดับ ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้รอบเครื่องต่ำเพียง 1,700 รอบต่อนาที ทำให้การเดินทางไกลในย่านความเร็วคงที่ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ เนื่องจากผมไม่ได้ทดลองบรรทุกสัมภาระที่กระบะท้าย การเก็บเสียงทำได้ตามมาตรฐานแต่ไม่ถึงกับโดดเด่นเหมือนคำชมของสื่อมวลชนบาง สำนักพิมพ์ เสียงการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อกดคันเร่งลงลึกเพื่อเร่งแซงดังลอดเข้ามา พอได้ยิน รวมถึงเสียงของยาง Bridgestone Dueler H/T ขนาด 245/70/R16 ที่บดไปบนพื้นถนนบนย่านความเร็วระดับ 140 กิโลเมตร การออกแบบ Cab ให้สามารถเปิดออกได้แบบประตูตู้กับข้าว อาจส่งผลไปถึงการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารบ้างแต่ไม่มากนัก โดยภาพรวมมันคือ Cockpit ของรถปิกอัพทั่วไป ที่ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับยนตรกรรมระดับพรีเมียม ที่เงียบเหมือนกับถ้ำหมี มันมีระดับเสียงของภายนอกที่ลอดเข้ามาให้ได้ยินเล็กน้อยที่ย่านความเร็วสูง ซึ่งเป็นเสียงของเครื่องยนต์ดีเซลอัดเทอร์โบ เป็นไปตามปกติของห้องโดยสารบนรถปิกอัพยกสูงที่มีประตู Cab เปิดได้นั่นเอง


มาตร วัดแบบสปอร์ตที่นำมาจากรุ่น Camaro ให้การอ่านค่าทั้งระดับความเร็ว รอบเครื่อง ระดับเชื้อเพลิงและอุณหภูมิ สวยงามน่ามองจากสีสันบวกรูปแบบของหน้าปัดที่วิศวกรของค่าย Chevy นำเสนอ มีโทนสีฟ้าอมน้ำเงินที่มองแล้วสบายตา แต่ค่อนข้างสังเกตได้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าที่ควร เนื่องจากขนาดที่เล็กของมัน จอแสดงผลตรงใจกลางหน้าปัดเป็นแบบ Data Information Center คอยแจ้งข้อมูลที่สำคัญด้านระบบต่างๆของตัวรถ เช่น ตำแหน่งเกียร์ ระยะทางต่อน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง เวลาและการเปิด-ปิดประตู ระบบความปลอดภัยครบครันเริ่มตั้งแต่ผู้ขับเข้าเกียร์ D เซนเซอร์จะสั่งการให้ล็อกประตูทันที รวมถึงระบบช่วยในการทรงตัวที่มีติดตั้งอยู่ใน New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 คันทดสอบ ช่วยให้การขับขี่ใช้งานมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


เส้น ทางเลี่ยงตัวเมืองนครนายกเป็นถนนลาดยาง 4 เลน แบบมีเกาะกลาง ยาวตลอด 17 กิโลเมตรจนไปถึงทางเข้าน้ำตกทั้งสามแห่ง เช่น สาริกา วังตระไคร้และนางรอง รวมถึงเขีื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่สื่อมวลชนชอบนำรถทดสอบมาตระเวนเก็บภาพ ทางขึ้น-ลงเขาเตี้ยๆไม่สูงชันนักกับสภาพการจราจรที่โปร่งโล่งในช่วงเช้าวัน อาทิตย์ ทำให้ผมสามารถทดสอบการควบคุมพวงมาลัยในการหักหมุนลัดเลาะไปตามโค้งแคบๆได้ อย่างสะดวกสบายและง่ายดาย ทางหลวงหมายเลข 33 สี่แยกเนินหอม (วงเวียนนเรศวร) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3077 สู่เส้นปราจีนบุรี-เขาใหญ่ ผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถนนเส้นนี้ตัดผ่าเข้าสู่เทือกเขาใหญ่และเต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่ สวยงาม เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาทุ่งหญ้า และป่าเต็งรัง ที่มีความแห้งแล้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

ผมหักพวงมาลัยเจ้า New Colorado ซิกแซกไปตามเนินเขาด้วยความเพลิดเพลิน พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนพร้อมปั๊มพาวเวอร์ตอบสนองต่อการบังคับเลี้ยวได้อย่าง มั่นคงในระดับความเร็วที่เหมาะสมกับรูปแบบของโค้ง การออกมาขับขี่ทดสอบคนเดียวมีข้อดีอยู่ตรงที่ว่า คุณสามารถขับไปไหนต่อไหนได้ด้วยตัวของคุณเอง โดยไม่ต้องวิ่งตามกันเป็นขบวนยาวเหยียด ผมจอดแวะเก็บภาพบนเส้นทางที่ร้างและว่างเปล่าปราศจากผู้คน นานๆจะมีรถบรรทุกหรือรถปิกอัพเจ้าถิ่นวิ่งผ่านมาสักคัน และทุกคันต่างชะลอดูโฉมของเจ้า New Colorado ด้วยความสนใจ


วิศวกร ของ GM ผู้ดูแลโครงการพัฒนารถปิกอัพ วางเครื่องยนต์ 2 ความจุให้กับเจ้า Chevy Colorado เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผันให้แรงม้า 150 ตัวกับแรงบิด 350 นิวตันเมตรในรุ่นต่ำกว่า ส่วนคันทดสอบที่วางเครื่อง 2.8 ลิตร เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ เมื่อจับคู่กับชุดส่งกำลังอัตโนมัติ 6 สปีด 6-AT Active Select มีความเหมาะสมทั้งย่านของแรงบิดกับความลื่นไหลของอัตราทดที่เนียนพอๆกันกับ รถเก๋ง หากคุณไม่ลงคันเร่งไฟฟ้าลึกๆอย่างรวดเร็ว อาการกระตุกกระชากแทบไม่พบเจอเมื่อมันเริ่มทำงาน มันทั้งสะดวกสบายและมอบการขับขี่ที่ใกล้เคียงยนตรกรรมซีดานของค่ายโบว์ไท สอดประสานไปบนเส้นทางวกไปวนมาตามไหล่เขาของวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่วนระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ใช้การเรียนรู้ในการปรับตั้งไม่นานก็สามารถกดปุ่มเลือกโหมดที่เหมาะสมกับการ ให้ความเย็นภายในห้องโดยสารรูปแบบที่แปลกตา พร้อมด้วยตัวเลขบอกอุณหภูมิขนาดใหญ่คล้ายกับรถ Isuzu New D-MAX V-Cross 4x4 ที่ผมเคยได้ไปทดลองขับในสนามทดสอบของค่ายตรีเพชรแบบไม่มีผิดเพี้ยน สีสันและรูปลักษณ์ที่ทันสมัยของระบบเครื่องเสียงกับชุดแอร์ดิจิตอล ถูกออกแบบโดยให้หลักแนวคิดเชื่อมโยงการทำงานผ่านแป้นวงกลม ให้สัมผัสที่ดีและง่ายยามกดใช้งาน ส่วนเครื่องเสียงพร้อมลำโพงติดรถ สามารถรองรับแผ่น CD/MP3 วิทยุ AM/FM พร้อมด้วยช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอก AUX-USB มีติดตั้งมาให้จากโรงงาน เพื่อเอาใจคนชอบฟังเพลงในระหว่างเดินทาง ระดับของเสียงจากเครื่องเล่นที่ผ่านลำโพงทั้ง 4 ตัว อยู่ในมาตรฐานของรถปิกอัพยุคใหม่ทั่วไป ให้เสียงที่ชัดเจนเพียงพอต่อการฟังบนมิติของห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง แต่ระดับของเสียงเบสค่อนข้างมีกำลังขับน้อยไปสักนิด หากคุณเป็นพวกชอบเปิดเพลงดังๆไปตลอดทางเหมือนผม


ระยะ ทางกว่า 300 กิโลเมตร ช่วงกรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี-เขาใหญ่ ทำให้ผมได้รู้จักกับเจ้าปิกอัพตัวใหม่ของ Chevrolet ดีขึ้นกว่าการมองด้วยสายตามานานกว่า 4 เดือน นับจากที่มันเปิดผ้าคลุมในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยภาพรวมแล้ว New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 มีความน่าใช้งานแทบจะไม่แตกต่างไปจากปิกอัพรุ่นอื่นๆที่มีวางขายในในตลาดรถ กระบะของประเทศไทย มีประสิทธิภาพด้านพลังแรงบิดที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วตามแรงกดของฝ่าเท้า และไม่มีการรอรอบใดๆทั้งสิ้น พวงมาลัยให้สัมผัสที่มั่นคง แม้จะไม่ไวเท่าของคู่แข่งบางค่าย แต่ให้น้ำหนักที่เหมาะสมกับความเป็นรถปิกอัพเท่าที่มันควรจะเป็น ระบบเบรกดีที่สุดในบรรดารถกระบะที่มีอยู่ในตลาด มันสามารถหยุดยั้งมวลของตัวรถได้อย่างรวดเร็วตามน้ำหนักของฝ่าเท้าที่กดลงไป ระบบช่วยเบรก เช่น ABS / EBD / BA ยังคอยให้ความช่วยเหลือหากเซนเซอร์ของระบบสามารถตรวจจับได้ว่าน้ำหนักที่กด ลงบนแป้นเบรกมากกว่าปกติ รอบเครื่องที่ต่ำเพียง 1,700 รอบต่อนาที หากคุณใช้ความเร็วเดินทางระดับ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแบบไปเรื่อยๆ ยังช่วยทำให้เงินในกระเป๋าของคุณอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ห้องโดยสารในรุ่น X-Cab กว้างมากพอจนทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง เกิดจากการออกแบบที่จงใจขยายสัดส่วนของห้องโดยสารในทุกมิติ ให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น


ระบบ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของตัวรถ เช่น PAB - Panic Brake Control ระบบสร้างสมดุลของตัวรถในระหว่างการเบรกในทางโค้ง ลดอาการท้ายปัดหรือ Oversteer หรืออาการหน้าดื้อโค้ง Understeer (มีเฉพาะรุ่น LTZ เท่านั้น) ชุด CBC - Cornering Brake Control ระบบสร้างสมดุลขณะเบรกในโค้ง ช่วยสร้างสมดุลและการทรงตัว ลดอาการท้ายปัด TCS - Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ทำงานเชื่อมต่อกับชุด ABS และแรงบิดของเครื่องยนต์ในทุกรอบความเร็ว เป็นระบบความปลอดภัยในการขับขี่ใช้งานเจ้า New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 มันคือระบบความปลอดภัยแบบไฮเทคของตัวรถทั้งหมดที่ผมไม่ได้ลองทดสอบการทำงาน เนื่องจากต้องขับสร้างอาการเสียสมดุลของตัวรถก่อน จนเซนเซอร์สามารถตรวจจับได้จึงจะทำให้มันทำงาน (เพียงเสี้ยวของวินาที) มันคือขีดจำกัดและเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างความปลอดภัยในการขับทดสอบกับอันตราย ที่ไม่อาจคาดคิดหากเกิดการพลาดพลั้งขึ้นมา บนรถทดสอบรุ่นใหม่ที่ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินราคา 7.7 แสนบาทของ Chevrolet Sales Thailand


รูป แบบภาพลักษณ์ของรถปิกอัพ สายพันธุ์มะกันของเจ้า New Colorado 2.8 X-Cab LTZ Z71 สามารถเรียกร้องสายตาเกือบทุกคู่ให้จับจ้องมองดูมันด้วยความสนใจยามวิ่งผ่าน ไปในแทบจะทุกพื้นที่เนื่องจากความสดใหม่ แต่การบรรยายมาทั้งหมด 2 ตอน คงไม่เท่ากับการได้ไปลองของจริงๆด้วยตัวคุณเอง ลองไปหาขับทดสอบตามโชว์รูมของ Chevrolet ดูว่ามันมีความเหมาะสมทั้งสมรรถนะและราคาค่าตัวตามที่คุณต้องการหรือเปล่า เปรียบเทียบอุปกรณ์กับความชอบส่วนตัวในการใช้งานแล้วเลือกพวกมันสักคัน สำหรับขับลุยน้ำในช่วงหน้าฝนของปีนี้ จักรกลปิกอัพของค่าย Chevy มีทุกอย่างเท่าที่คุณต้องการตามรุ่นแยกย่อยถึง 26 แบบให้เลือกซื้อ และมันมีความสมบูรณ์แบบจากประสบการณ์การสร้างรถกระบะยาวนานมากกว่า 100 ปี เฉกเช่นเดียวกันกับบรรพบุรุษของพวกมันทุกคันที่สามารถรองรับการใช้งานอย่าง สมบุกสมบัน ตามกลไกของพัฒนาการในรถกระบะขนาดกลางเครือข่าย GM

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของ Chevrolet Sales Thailand แจ้งมาว่าลูกค้าที่สั่งจองรถ New Colorado สามารถรับรถไปได้เลยแบบไม่ต้องรอกันเนิ่นนานจากความพร้อมของไลน์การผลิตใน โรงงานที่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง หลังจากบริษัทซัพพลายเออร์ที่ส่งอะไหล่บางชิ้นให้กับโรงงาน GM ในจังหวัดระยอง สามารถกลับมาเดินสายการผลิตชิ้นส่วนได้เหมือนเดิม.

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

Pic_238590

ทดสอบรถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุด Chevrolet New Colorado 2.8 X-Cab LTZ ตอนที่ 1 กับการรีวิว รูปลักษณ์ภายนอก ภายใน อุปกรณ์ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง บนเรือนร่างใหญ่โตมโหฬารของปิกอัพพันธุ์แกร่งแนวอเมริกัน All New Colorado 2012...

สงครามรถปิกอัพของเมืองไทยเริ่มร้อนระอุ และทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกือบทุกค่ายที่มีผลิตภัณฑ์รถกระบะต่างเร่งเปิดตัว กระจายข่าวสาร รวมถึงการจัดรถทดสอบให้กับสื่อมวลชนเพื่อโปรโมตและกระตุ้นยอดขาย ตลาดรถปิกอัพในประเทศไทยนั้น อุดมไปด้วยคู่แข่งที่มากด้วยชั้นเชิงและเทคโนโลยี ต่างฝ่ายต่างออกอาวุธเด็ดสาดเข้าใส่กันชนิดใครดีใครอยู่ ผลประโยชน์ในครั้งนี้จึงตกเป็นของลูกค้าไปเต็มๆ เนื่องจากมีตัวเลือกมากมาย ทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ อุปกรณ์ตกแต่ง ค่านิยมและการบริการหลังการขาย รวมถึงราคาขายต่อ ได้กลายมาเป็นหัวข้อสำคัญในการเลือกซื้อรถกระบะของคนไทยมาช้านานแล้ว และนี่คือหนึ่งในตัวเลือกอีกคัน สำหรับผู้ที่สนใจยานพาหนะที่มีความอเนกประสงค์ของการใช้งาน Chevrolet New Colorado Model 2012 คือยนตรกรรม mini truck ที่มีชื่อเสียงของอเมริกัน โมเดล New Colorado 2012 ถูกเปิดตัวไปสดๆร้อนๆเมื่อช่วงปลายปี 2011 ที่ผ่านมา ตามมาด้วยกิจกรรมมากมายเพื่อกระตุ้นยอดขาย ในตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่งชั้นดีในกลุ่มรถกระบะของเมืองไทย แนวทางของบริษัท Chevrolet ในการรังสรรค์รถปิกอัพยังคงยึดมั่นกับภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง ทรหดอดทนต่อการใช้งานทุกรูปแบบ เห็นได้อย่างชัดเจนจากการนำเสนอในรูปแบบของโฆษณา ที่มักสื่อให้เห็นถึงบุคลิกภาพที่แตกต่างไปจากรถกระบะทั่วไป ทั้งสมรรถนะและรูปลักษณ์จากความบึกบึนของเส้นสายรอบคัน


หลัง กลับจากการทดสอบ New BT-50 Pro ที่ สปป. ลาว เจ้า Chevrolet New Colorado 2.8 X-Cab AT LTZ Z71 (ชื่อรุ่นยาวมากๆ) ก็จอดรอให้ผมเอาไปขับทดสอบนานถึง 6 วันเต็ม รถทดสอบสีน้ำตาล Auburn Brown จอดสงบนิ่งโชว์ความใหญ่โตของเรือนร่างอยู่ในที่จอดรถของโรงพิมพ์ในสำนักงาน ใหญ่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รูปลักษณ์ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับ Colorado ตัวเก่า ทำให้ New Colorado 2.8 LTZ คันนี้ดูหล่อเหลาสมกับเป็น mini truck ในตระกูลรถลุยของค่ายโบว์ไท เส้นสายรอบคันที่คมเข้มสื่อให้เห็นถึงแนวทางการใช้งานของลูกค้าที่ต้องการรถ สองบุคลิก แบบทั้งลุยทั้งหล่อ สัดส่วนที่ใหญ่โตขึ้นในทุกมิติกับเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลังและระบบความปลอดภัย ได้กลายมาเป็นอาวุธสำคัญที่ New Colorado ใช้ต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม เจ้านี่คือปิกอัพที่ถูกซุ่มพัฒนาในเมืองไทยยาวนานกว่า 5 ปี ทั้งการออกแบบรูปทรงโดยใช้เสียงสะท้อนของลูกค้า การทดสอบวิ่งในพื้นที่ทุรกันดารทั่วโลก เพื่อปรับประสิทธิภาพของตัวรถให้สมบูรณ์ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตออกขาย รวมถึงการใช้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกสุดในการเปิดตัวเจ้า Chevrolet New Colorado Model 2012 และโรงงานขนาดยักษ์ที่จังหวัดระยอง ซึ่งถูกใช้เป็นฐานการผลิตรวมถึงการส่งออก สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างรถกระบะเพื่อการใช้ งานของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง


กระจัง หน้าและไฟหน้า คือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในรูปทรงด้านหน้าของ New Colorado 2.8 LTZ มันคือชุดกระจังสองชั้นแบบ Dual Port ที่ประดับอยู่ในตัวรถรุ่นใหม่ของค่าย Chevrolet โดยใช้พลาสติกโครเมียมเงาวาว คาดกลางด้วยตราสัญลักษณ์โบว์ไทสีทอง ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ในกรอบโพรลิเมอร์ใส สอดรับกับแนวแข็งๆของฝากระโปรงหน้าที่เน้นเหลี่ยมคมสันนูนเล็กๆตรงกึ่งกลาง พลาสติกสีดำทรงรังผึ้งของหน้ากระจัง ออกแบบเป็นสองชั้นสำหรับรับอากาศเข้าไประบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ สปอยเลอร์หน้าเป็นชิ้นงานไฟเบอร์หล่อ มีชุดไฟตัดหมอกอยู่ตรงบริเวณมุมทั้งสองของกันชนที่เป็นสปอยเลอร์ไปในตัว กรอบโครเมียมพลาสติกสีเงินช่วยทำให้ชุดไฟตัดหมอกดูคมขึ้น หลอดไฟกลมๆของไฟตัดหมอกยังช่วยในการกระจายแสงสว่างได้ดีในตอนกลางคืน เมื่อใช้งานในที่มืดมิดไร้แสงไฟ กระจกบานหน้าขนาดใหญ่เพิ่มมุมมองและทัศนวิสัยยามขับขี่ เหลี่ยมสันของชุดไฟหน้าที่เข้ากันกับแนวกระจังและฝากระโปรงของ Chevrolet New Colorado Model 2012 ทำให้มันดูดีขึ้นมาก


ด้าน ข้างของ New Colorado 2.8 LTZ คันทดสอบเป็นรุ่น Flex Cab 2 ประตู เน้นแนวของซุ้มโป่งล้อทั้งสี่ ที่ถูกดึงขยายออกเพื่อให้มีความสมมาตรกับรูปทรงที่ใหญ่โต ประตูข้างกรุชายล่างด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำ กระจกมองข้างมีหลอดไฟเลี้ยวเพื่อช่วยเพิ่มมุมมองด้านความปลอดภัยในการใช้งาน แนวด้านข้างของกระบะท้ายเน้นเส้นสายที่แข็งๆตามสไตล์รถปิกอัพตัวลุย บานกระจกของแคปสามารถเปิดออกได้เล็กน้อย แนวหลังคายกสูงขึ้นจากตัวเดิมเล็กน้อย เพื่อเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะภายในห้อง โดยสาร ล้อทั้งสี่เป็นอะลูมินัมอัลลอยลาย 6 ก้าน 6 รูนอตยึด 16 นิ้ว ห่อรัดเอาไว้ด้วยยางสมรรถนะสูงสำหรับรถปิกอัพโดยเฉพาะ คือยาง Bridgestone Dueler H/T ขนาด 245/70/R16 ยางสองบุคลิกที่ใช้งานได้ทั้งลุยและบรรทุกหนัก ความสูงในตัวรถคันทดสอบรุ่น LTZ 2.8 Z71 ที่ 1,778 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,096 มิลลิเมตร ใหญ่โตเต็มถนนตามสไตล์ปิกอัพของพวกมะกัน

 

 


บั้น ท้ายแบบอเมริกันของ Chevrolet New Colorado Model 2012 ถูกนำเสนอด้วยไฟท้ายขนาดใหญ่วางตัวไว้ในแนวตั้งเหมือนกับรถปิกอัพทั่วไป กระบะหลังมีความยาววัดจากภายนอก 1,795 มิลลิเมตร กว้าง 1,534 มิลลิเมตร พื้นกระบะหลังใช้การออกแบบให้มีรอยเชื่อมต่อยึดติดที่เรียบเนียน ไม่เหมือนรถกระบะยี่ห้ออื่นที่เคยพบเจอ วิศวกรของ GM ทำการออกแบบตัวกระบะท้ายใหม่ทั้งหมด ส่งผลไปถึงขั้นตอนของการประกอบเชื่อมต่อกระบะในไลน์การผลิตได้ดีในภาพรวม ไฟท้ายแนวตั้งตรงทำจากพลาสติกโพรลิเมอร์ใสสีแดง-ขาว ใส่หลอดไฟแบบ LED 12 หลอด สลับกับหลอดไฟแบบขั้ว กันชนหลังงานโลหะชุบโครเมียม ห่อหุ้มด้วยวัสดุกันกระแทกที่เข้ากับแนวทางของตัวรถ เป็นชิ้นงานพลาสติกสีดำ ดีไซน์เป็นหยักร่องกันลื่น เมื่อต้องการก้าวขึ้นไปบนกระบะท้าย ฝาหลังติดตั้งที่เปิดอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางตามสมัยนิยม ไฟเบรกดวงที่สาม ย้ายตำแหน่งไปติดตั้งไว้ด้านบนของกระจกบานหลังเพื่อทำให้สังเกตได้อย่าง ชัดเจนสำหรับรถที่ขับตามหลัง


ห้อง โดยสารมีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้นเล็กน้อย สัดสวนที่ถูกขยายออกของ Cockpit เพื่อเพิ่มเติมความสะดวกในการขึ้น-ลง การขับขี่ที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและพื้นที่เก็บของหลังเบาะคู่หน้า (นั่งโดยสารบริเวณ Cab ได้แต่ไม่สะดวกนัก) เบาะนั่งคู่หน้าของ New Colorado 2.8 LTZ Flex Cab คันที่ผมนำมาทดสอบ ใช้วัสดุประเภทผ้าเนื้อนุ่ม ออกแบบให้นั่งได้สบายในทุกสรีระ โดยเฉพาะคนที่มีรูปร่างใหญ่โตก็ยังนั่งได้อย่างไม่คับแคบ รูปทรงแบบสปอร์ตของตัวเบาะคู่หน้าส่งให้มุมมองของห้องโดยสารดูดีมาก Chevrolet New Colorado ใช้วัสดุพวกฟองน้ำในชุดเบาะ เพื่อช่วยดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นถนน เบาะคนขับมีตำแหน่งท่านั่งที่สูงโด่งตามสไตล์รถลุย ส่งผลให้การมองเห็นกว้างไกลมากกว่ารถซีดานที่่ตัวเตี้ยกว่ามาก


แผง แดชบอร์ดใช้ดีไซน์แบบ Dual Cockpit เช่นเดียวกับ Chevrolet ยุคปัจจุบันทุกรุ่น แผงหน้าปัดทั้งชิ้น ทำจากพลาสติกสีดำหล่อขึ้นรูป ช่องแอร์ทรงรีให้ความเย็นฉ่ำจากพัดลมของระบบปรับอากาศได้ดี คอนโซลหน้าทั้งชิ้น คล้ายคลึงกับ Isuzu New D-Max เนื่องจากผลิตที่เดียวกัน พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนังแท้ เน้นรูปแบบสปอร์ตจับได้อย่างกระชับมือ มีสวิตช์ปรับตั้งเครื่องเสียงติดมาให้ที่มุมซ้ายบนก้านพวงมาลัย สำหรับตัวรถ New Colorado ในรุ่น X-Cab 2.5 LTZ,2.8 LTZ , 2.8 LTZ Z71 ขับเคลื่อนสองล้อยกสูง และ 2.8 LTZ Z71 4x4 ขับเคลื่อนสี่ล้อ พวงมาลัยจะมีสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงมาให้จากโรงงาน พวงมาลัยของ New Colorado ทุกรุ่น ปรับระดับ สูง - ต่ำได้ แต่ปรับระยะ ใกล้ - ไกลให้ห่างจากตัวผู้ขับขี่ไม่ได้


หน้าปัด ทรงกระบอกสี่เหลี่ยมมีรูปแบบและกลิ่นอายของรถสปอร์ตในค่าย Chevrolet รุ่น Camaro ขนาดของมันมีความกะทัดรัด ไม่ใหญ่โตเหมือนเมื่อก่อน สีสันในหน้าปัดใช้โทนสีฟ้าอมน้ำเงิน Ice Blue LED ที่ดูแล้วให้อารมณ์สงบและสวยงาม ถึงจะมีขนาดของกรอบหน้าปัดเล็ก แต่สามารถอ่านค่าได้ง่ายทั้งวัดรอบเครื่องยนต์กับวัดความเร็วของตัวรถ เข็มวัดสีแดงกับไฟหน้าปัดสีฟ้าอมน้ำเงินจะทำงานตลอดเวลาที่ติดเครื่องยนต์ มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ใต้มาตรวัดความเร็ว ส่วนวัดระดับเชื้อเพลิงในถังมีรูปแบบเหมือนกัน โดยวางตำแหน่งเอาไว้ที่มุมขวาของกรอบหน้าปัดใต้มาตรวัดรอบจอเล็กๆตรงใจกลาง มาตรวัดแบบ Multi Information Display ที่วิศวกรของ Chevrolet เรียกว่า DIC (Data Information Center) ทำหน้าที่แสดงข้อมูล ความเร็วเป็นตัวเลข อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่างๆ ระยะทางที่น้ำมันในถังเหลือพอให้แล่นต่อความเร็วเฉลี่ย ตำแหน่งของเกียร์อัตโนมัติ ประตูที่ปิดไม่แน่น กับหน่วยประมวลผลข้อมูลของตัวรถที่แสดงผลเป็นภาษาอังกฤษ หน้าปัดของเจ้า New Colorado มีความแปลกตาด้วยแนวทางการออกแบบที่เน้นภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตอเมริกัน ทำออกมาได้ประณีตสมราคาใช้ได้เลยทีเดียว


คอนโซล กลางเป็นที่อยู่ของชุดเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศที่หันมาใช้แบบดิจิตอล สวิตช์ ปุ่มกดแบบแป้นทรงกลมไฮเทคแทนที่ของเดิมซึ่งใช้มือหมุนในการปรับตั้ง ทั้งปรับระดับความเย็นของอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบตัวเลข ปรับทิศทางการกระจายความเย็น ระดับความเร็วของพัดลมแอร์ภายในห้องโดยสาร โดยมีตัวเลขขนาดใหญ่คอยบอกอุณหภูมิที่ทำการปรับตั้งอย่างจัดเจน เครื่องเสียงดิจิตอลให้คุณภาพปานกลางไม่โดดเด่นนัก แต่รูปทรงของชุดเครื่องเสียงเข้ากันได้ดีกับคอนโซลกลางจากงานดีไซน์  ชุดเครื่องเสียง Built-in ถูกออกแบบให้สอดรับกับชุดแผงหน้าปัดทั้งหมด เล่นวิทยุ AM/FM CD/MP3 พร้อมช่องเสียบ USB และ AUX เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในเกือบทุกรุ่นย่อย


เครื่อง ยนต์ DURAMAX เป็นขุมพลังตระกูลใหม่ล่าสุดในโมเดล New Colorado วางเครื่องยนต์ใหม่ รหัส XLD28 บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,776 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 94 x 100 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.0 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยชุดรางหัวฉีด Common Rail ของ Bosch พร้อมระบบอัดอากาศ Turbo แบบแปรผัน พร้อมด้วย Intercooler หล่อเย็นไอดี ช่วยลดความร้อนของไอดีก่อนอัดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุด มี 2 ระดับ หากเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ตัวเลข 440 นิวตันเมตร (44.9 กก.-ม.ที่ 2,000 รอบ/นาที) ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะคันทดสอบ มีแรงบิดเท่ากับ Mazda BT-50 Pro 3.2 R 4x4 ที่ 470 นิวตันเมตร (47.9 กก.-ม.)ที่ 2,000 รอบ/นาที แรงจนท้ายสะบัดหากกดคันเร่งออกตัวกันแบบเต็มๆ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน Variable Geometry Turbo 2.8 ลิตร ตัวใหม่นี้ ควบคุมการทำงานด้วยสมองกลไฟฟ้า ECM หรือ Engine Control Module


ระบบ ส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (6-AT Active Select) มีกลไกการทำงานสองแบบ ทั้งแบบอัตโนมัติ โดยกล่องสมองกลเกียร์จะชิฟเกียร์ขึ้นลงตามความเร็วที่แท้จริง กับการโยกคันเกียร์ไปทางด้านซ้ายเพื่อชิฟเกียร์ขึ้น-ลง ด้วยตัวของผู้ขับขี่เอง เหมาะกับเส้นทางที่ต้องขึ้นเขาลงห้วยที่ต้องปรับเปลี่ยนเกียร์ในจังหวะขึ้น และลงตามลักษณะของถนนที่วิ่งผ่าน เกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ 6 อัตราทดลูกนี้ ทำงานเชื่อมโยงกับรอบของเครื่องยนต์และความเร็วของรถได้อย่างสมบูรณ์ ให้อัตราทดในรอบต้นๆไปจนถึงรอบสูงสุดต่อเนื่องและยาวนานจากพลังแรงบิดระดับ 470 นิวตันเมตร มีอัตราทดต่อรอบบนย่านความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่รอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,700 รอบต่อนาที ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงหากต้องวิ่งด้วยความเร็วคงที่ยามเดินทางไกล เกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ 2 อัตราทด พร้อมกลไก Active Select ให้ผู้ขับควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ไปตามสภาพเส้นทางด้วยตัวเอง ส่วนระบบรองรับหรือชุดกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น พร้อมทอร์ชั่นบาร์และโช้คอัพแก๊ส ด้านหลัง ซึ่งต้องรองรับอัตราบรรทุกเต็มพิกัดเป็นแบบลีฟสปริงรูปครึ่งวงรี แหนบทำจากโลหะเป็นเหล็กกล้าเบอร์พิเศษที่มีความคงทนสูง รับแรงบิดและแรงกดได้ดีเมื่อต้องบรรทุกหนัก พร้อมโช้คอัพแบบแก๊สสลับตำแหน่ง (ไขว้) ระบบห้ามล้อใช้ดิสเบรกกับจานเบรกด้านหน้า ขนาด 300 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นดรัมเบรกเหมือนรถปิกอัพทั่วๆไป


ระบบ ความปลอดภัยใน Chevrolet Colorado 2.8 LTZ มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อกแบบ ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD กลไกป้องกันล้อหมุนฟรีหรือ TSC - Traction Control System ทำงานร่วมแกนกับชุด ABS และร่วมกับแรงบิดของเครื่องยนต์ในทุกรอบความเร็ว ควบคุมตั้งแต่การออกตัว เข้าโค้ง หรือต้องหยุดรถอย่างกะทันหัน

PAB - Panic Brake Control ระบบสร้างสมดุลของตัวรถในระหว่างการเบรกในทางโค้ง ระบบจะใช้เซนเซอร์ ทำการตรวจจับน้ำหนักของการกดเบรกในแต่ละครั้งที่ไม่เท่ากัน เพื่อช่วยสร้างสมดุลที่ดีในด้านการทรงตัว ลดอาการท้ายปัดหรือ Oversteer หรืออาการหน้าดื้อโค้ง Understeer (มีเฉพาะรุ่น LTZ เท่านั้น)

TCS - Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ทำงานเชื่อมต่อกับชุด ABS และแรงบิดของเครื่องยนต์ในทุกรอบความเร็ว ทั้งการออกตัว เข้าโค้ง หรือการเบรกฉุกเฉิน

CBC - Cornering Brake Control ระบบสร้างสมดุลขณะเบรกในโค้ง ระบบจะเข้ามาควบคุมแรงดันเบรกและน้ำหนักในการเบรกไปยังล้อทั้งสี่อย่างอิสระ จากกันอย่างเหมาะสม ซึ่งแรงดันน้ำมันเบรกอาจแตกต่างกันในแต่ละล้อ เพื่อช่วยสร้างสมดุลและการทรงตัว ลดอาการท้ายปัดหรือหน้าดื้อโค้ง (Oversteer And Understeer)

HBA - Hydraulic Brake Assist ระบบนี้จะช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก จะทำงานเมื่อผู้ขับลงน้ำหนักเท้าไปยังแป้นเบรกอย่างรุนแรงขณะที่ใช้เบรก อย่างกะทันหัน

HBFA - Hydraulic Brake Fade Assist ระบบชดเชยแรงดันน้ำมันเบรก ทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อผู้ขับย้ำแป้นเบรก ขณะเบรกอย่างกะทันหัน

ESC - Electronic Stability Control ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ ทำงานร่วมกับ TCS โดยจะประมวลผลการเคลื่อนที่ของรถกับองศาของการหมุนพวงมาลัย หากเกิดการเสียสมดุล ระบบ ESC จะเพิ่มแรงดันของเบรกในแต่ละล้อ ลดกำลังของเครื่องยนต์ เพื่อให้รถกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลและควบคุมได้ง่ายขึ้น

SRS Airbag ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ พวงมาลัยนิรภัยแบบยุบตัวได้ กระจกบังลมหน้าแบบสองชั้น Laminated Windshield โครงสร้างนิรภัย พร้อมคานเสริมกันกระแทกด้านข้าง

Chevrolet New Colorado 2012 มีให้เลือก 7 สี คือ สีน้ำเงิน Oceanic Blue / สีเงิน Switchblade Silver / สีขาว Alpine White / สีเทา Royal Gray / สีแดง Sizzle Red / สีน้ำตาล Auburn Brown / สีดำ Black Sapphire

ราคา Chevrolet New Colorado 2012
* Colorado 2.5 L 2WD C-Cab LS1................659,500 บาท
* Colorado 2.5L 2WD C-Cab LT...................730,000 บาท
* Colorado 2.5L 2WD C-Cab LT Z71...........765,000 บาท
* Colorado 2.5L 4WD C-Cab LT Z71...........808,000 บาท
* Colorado 2.8L 2WD C-Cab LTZ................794,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD C-Cab LT Z71............787,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD C-Cab LTZ Z71.........849,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD C-Cab AT LT Z71......835,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD C-Cab AT LT Z71......905,000 บาท
*Colorado 2.8L 4WD C-Cab LT Z71............838,000 บาท
*Colorado 2.8L 4WD C-Cab LTZ Z71.........925,000 บาท
*Colorado 2.8L 4WD C-Cab AT LTZ Z71...998,000 บาท
*Colorado 2.5L 2WD X-Cab LS...................584,000 บาท
*Colorado 2.5L 2WD X-Cab LS1.................594,000 บาท
*Colorado 2.5L 2WD X-Cab LT....................648,000 บาท
*Colorado 2.5L 2WD X-Cab LTZ.................715,000 บาท
*Colorado 2.5L 2WD X-Cab LT Z71............688,000 บาท
*Colorado 2.5L 4WD X-Cab LT Z71............730,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD X-Cab LTZ.................745,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD X-Cab LT Z71............718,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD X-Cab LTZ Z71..........787,000 บาท
*Colorado 2.8L 2WD X-Cab AT LTZ Z71....775,000 บาท (คันทดสอบ)
*Colorado 2.8L 4WD X-Cab LT Z71............773,000 บาท
*Colorado 2.8L 4WD X-Cab LTZ Z71.........852,000 บาท
*Colorado 2.5L 2WD Cab Chassic White....497,000 บาท
*Colorado 2.5L 2WD S-Cab LS....................537,000 บาท


Chevrolet New Colorado 2.8L 2WD X-Cab AT LTZ Z71 Specifications
รหัสเครื่องยนต์...................................Duramax XLD28
แบบเครื่องยนต์..................................ดีเซลแถวเรียง 4สูบ
ระบบขับเคลื่อน...................................ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ..................................2,776 ซีซี
วาว์ล...................................................4 วาว์ลต่อสูบ=16วาว์ล
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..............................คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น
ระบบอัดอากาศ...................................เทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
กระบอกสูบxช่วงชัก.............................94.0มิลลิเมตร x100.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...............................16.0:1
แรงม้าสูงสุด........................................180 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................................470 นิวตันเมตรที่ 2000 รอบต่อนาที (เกียร์อัตโนมัติ)
ระบบรองรับ
ด้านหน้า..............................................อิสระปีกนกสองชั้น พร้อมทอร์ชั่นบาร์และโช้คอัพแก๊ส
ด้านหลัง...............................................ลีฟสปริงรูปครึ่งวงรี แหนบ
ระบบส่งกำลัง.......................................เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ระบบบังคับเลี้ยว..................................แรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรง
ระบบเบรก
ด้านหน้า...............................................จานดิสเบรก 300 มิลลิเมตร คาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย
ด้านหลัง...............................................ดรัมเบรก 295 มิลลิเมตร
มิติตัวถัง
ความกว้าง...........................................1,882 มิลลิเมตร
ความยาว.............................................5374 มิลลิเมตร
ความสูง...............................................1,783 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง...............................76 ลิตร
นำหนักรถรวมบรรทุก...........................3.1 ตัน
ราคารถคันทดสอบ-Colorado 2.8L 2WD X-Cab AT LTZ Z71 775,000 บาท

ติดตามอ่าน ทดลองขับ Chevrolet New Colorado 2.8L 2WD X-Cab AT LTZ Z71 ได้ในตอนต่อไป

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

Pic_238161

นับตั้งแต่นวัตกรรมยานยนต์ Mercedes Benz ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 125 ปีที่แล้ว รางวัลเกียรติยศ และสถิติต่างๆ เกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย ท่ามกลางสนามแข่งรถทั่วโลก ร่วมย้อนอดีตไปกับเส้นทางแห่งชัยชนะของ Mercedes Benz World Of Motorsport 1894 - 2011...

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ กว่า 125 ปีที่ผ่านมา ยนตกรรมเยอรมนีนาม Mercedes Benz ได้เข้าร่วมทำการแข่งขันรถยนต์ในยุกแรกเริ่มของวงการมอเตอร์สปอร์ต รางวัลจากชัยชนะ และการสร้างสถิติต่างๆ เกิดขึ้นตามมามากมายบนเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 100 ปี ในความสำเร็จของการแข่งขันภายใต้สัญลักษณ์ดาวสามแฉก หนึ่งเดียวของเป้าหมายแห่งชัยชนะทั้งหมด คือ เกียรติยศและศักดิ์ศรีที่ยืนยงควบคู่ไปกับการผลิตยานยนต์ของค่ายตราดาว ร่วมย้อนรำลึกถึงจักรกลมอเตอร์สปอร์ตของ Mercedes Benz ที่เดินทางผ่านกาลเวลา บนเส้นทางของการแข่งขันที่กลายเป็นบันทึกแห่งประวัติศาสตร์

1894 Mercedes Benz Lizenz Daimler
นี่ คือรถยนต์ที่เข้ามาแทนที่รถม้า ในยุคแรกเริ่มของวงการยนตกรรม มีรถจำนวน 20 คัน จากที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมด 102 คัน เข้าร่วมทำการแข่งขัน การแข่งรถทางไกลของกรุง Paris ครั้งที่ 1 ระยะทาง 126 กิโลเมตรไปยังเมือง Pouen ท่ามกลางสภาพของเส้นทางอันย่ำแย่เมื่อกว่า 100 ปีก่อนของฝรั่งเศส รถที่คว้าชัยชนะในครั้งนั้น 2 คัน วางเครื่องยนต์เบนซินของ Lizenz Daimler เป็นครั้งแรกของบริษัทผลิตรถยนต์จากเยอรมนีแห่งนี้ที่สามารถเข้าเส้นชัยใน อันดับที่ 1- 2 โดยเครื่องยนต์เบนซินอันทรงประสิทธิภาพ

1909 Mercedes Benz blitzen
เครื่อง ยนต์เบนซินที่มีปริมาตรความจุ 21.5 ลิตร ถูกวางลงไปในตัวรถแข่งรุ่น  blitzen ของบริษัท Mercedes Benz มันมีประสิทธิภาพมากพอในการทำความเร็วทางตรง รถแข่ง Mercedes Benz blitzen สามารถวิ่งได้ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในวันที่ 8 พฤจิกายน ปีค.ศ. 1909 นับเป็นจักรกลมอเตอร์สปอร์ตคันแรกสุดของค่ายตราดาวที่ซิ่งทะลุย่านความเร็ว ระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1922 Mercedes Benz 6/40/65 PS Racing Car
Damler Motoren Gesellschaft สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตของทวีปยุโรป ด้วยการเปิดผ้าคลุมรถแข่งรุ่นใหม่ล่าสุด Benz 6/40/65 PS Racing Car รถแข่งคันแรกของโลกที่ใช้ระบบอัดอากาศแบบ Supercharger ซึ่งต่อมารถแข่ง 6/40/65 PS สามารถกำชัยชนะเหนือรถคู่ต่อสู้ในรายการต่างๆ ได้มากมายหลายครั้ง

1923  Mercedes Benz RH 2-1
รูป ทรงแบบซิการ์ของ Benz RH 2-1 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดแรงต้านทางของอากาศ พวกมัน 3 คันถูกส่งลงทำการแข่งขันในประเทศอิตาลี ในรายการอิตาเลียนกรังด์ปรีซ์ ซึ่งแข่งกันในสนาม Monza เมื่อเดือนกันยายน ปีค.ศ. 1923

1934 Mercedes Benz W25
เจ้า นี่คือต้นกำเนิดและบรรพบุรุษของตำนานลูกธนูสีเงินหรือ  Silver Arrows รถแข่งที่ทรงประสิทธิภาพ และเอาชนะได้ยากมากที่สุดคันหนึ่งในยุคของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบช่วงปี ค.ศ. 1934-1936 วันที่ 3 กรกฎาคม ปีค.ศ. 1934 นักขับรถแข่ง Manfred Von Brauchitsch เข้าร่วมทำการแข่งขันในรายการ Efel Race ด้วยรถแข่งรุ่นนี้ที่วางเครื่องยนต์ 8 กระบอกสูบและวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก

1938  Mercedes Benz W125
ความ ทะยานอยากที่จะเป็นเลิศด้านวิศวกรรมจักรกลของ Adolf Hitler (อดอล์ฟ ฮิตเลอร์) ผู้นำเยอรมนีในยุค 1938 ก่อกำเนิดจักรกลแห่งการทำสถิติคันใหม่ของอาณาจักรไรซ์ที่ 3 นี่คือรถ Mercedes Benz W125 ที่มีรูปทรงถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ มันถูกพัฒนามาเพื่อทำสถิติการวิ่งด้วยความเร็วสุงสุด บนถนนออโต้บาห์นระหว่างเมือง Frankfurt ไปยังเมือง Darmstadt เจ้า  Mercedes Benz W125 สามารถทะยานทำความเร็วทางตรงในระดับ 432.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สถิติความเร็วดังกล่าวของรถ  Mercedes Benz W125 ที่ยังคงอยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงทุกวันนี้ โดยที่ยังไม่มีรถยนต์์คันใดบนถนนออโต้บาห์นสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้ เท่ากับมัน

1952   Mercedes Benz 300 SL
ที่ ระดับความเร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถแข่ง    Mercedes Benz 300 SL ชนปะทะเข้ากับนกแร้งอย่างจังในระหว่างการแข่งขัน Carrera Panamericana ซึ่งต่อมาภาพความเสียหายของกระจกบังลมด้านหน้ารถถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ขณะที่นักขับทั้งสองคนคือ Kari Kling และ Hans Klenk ต้องซิ่งผ่านภูมิประเทศที่ทุรกันดารยาวถึง 3,130 กิโลเมตร ตัดผ่านประเทศเม็กซิโกด้วยความเร็วเฉลี่ย 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนาน 19 ชั่วโมงก่อนคว้าชัยชนะได้สำเร็จด้วยสภาพที่ยับเยินของตัวรถ

1955 Mercedes Benz 300 SLR
ตำนาน แห่งความทรหดอดทนของตัวรถและนักขับเริ่มต้นขึ้นใน Mercedes Benz 300 SLR รถแข่งหุ่นเพรียวลมแบบ Roadster ซึ่งเชื่อมโยงกลไกของการบังคับเข้ากับฝีมือการซิ่งอันสุดยอดของ Slr. Stirling Moss พาตัวรถโลดแล่นฝ่าอุปสรรคนานัปการจนเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 1 ของการแข่งขันรถยนต์ทางไกลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งทวีปยุโรป นั่นก็คือรายการ Mille Miglia ที่ Brescia ในประเทศอิตาลี ด้วยเวลา 10 ชั่วโมง 7 นาที 48 วินาที บนระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 178 .96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นสถิติใหม่ที่ยากต่อการลบล้าง หลังจากการแข่งขันในรายการนี้ถูกยกเลิกไปเนื่องจากมีคนดูจำนวนหนึ่งเสีย ชีวิตด้วยสาเหตุรถแข่งแหกโค้งแล้วพุ่งเข้าใส่

1960 Mercedes Benz 200 SE
รายการ Monte Carlo Rally ของปี 1960 อุดมไปด้วยรถแข่งทางไกลสมรรถนะสูงจากหลากหลายบริษัทที่ส่งตัวรถร่วมลงทำการ แข่งขัน ในปีนั้นนักขับทั้งสองของทีมแข่ง Mercedes Benz อย่าง Water Schock และ Rolf Moll กลายเป็นชาวเยอรมันคนแรกที่คว้าชัยชนะในตำแหน่งโอเว่อร์ออลด้วยรถแข่งซาลูน คันงาม Mercedes Benz 200 SE

1961 Miss. Ewy Rosqvist
บริษัท Mercedes Benz สั่นสะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยการส่งนักขับหญิงชาวสวีเดนชื่อ Ewy Rosqvist ลงทำการแข่งขันแรลลี่ทางไกลในปีค.ศ. 1959-1961 ในรายการ European Championships ถ้วยรางวัลจากการคว้าชัยชนะนับครั้งไม่ถ้วน การันตีถึงความสามารถของเธอกับรถแข่ง  Mercedes Benz 200 SE Fintal ได้เป็นอย่างดี

1971  Mercedes Benz SEL 6.3 AMG
เพียง ชั่วเวลาข้ามคืน การคว้าชัยของทีมแข่งส่งผลให้แผนกมอเตอร์สปอร์ตที่ใช้ชื่อว่า AMG ของ Mercedes Benz แผนกที่มีความเชี่ยวชาญในการปรับแต่งเครื่องยนต์ และตัวรถเพื่อส่งลงทำการแข่งขันกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง รถแข่ง Benz SEL 6.3 AMG เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 2 ของการแข่งขันรถยนต์แบบมาราธอน 24 ชั่วโมงที่เบลเยียม ต่อมาในปี ค.ศ.1999 แผนกมอเตอร์สปอร์ต AMG กลายเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับค่ายตราดาวอย่างเต็มตัว

1983  Mercedes Benz 280 GE Paris-Dakar
เป็น การท้าทายประสิทธิภาพของตัวรถในการลงทำการแข่งขัน Paris-Dakar เส้นทางที่หฤโหดพร้อมทำลายชีวิตของนักขับได้ทุกเวลา บริษัท Mercedes Benz ส่งรถลุยรุ่น 280 GE เข้าร่วมทำการแข่งขันในรายการ Paris-Dakar ประจำปี ค.ศ. 1983 และสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 1 จากฝีมือการควบคุมรถของ Jacky Lckx นักขับชาวเบลเยียมและคู่หู่นำทางอย่าง Claude Brasseur ชาวฝรั่งเศสในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร

1985  Mercedes Benz Group C Racing Car
หลัง จากห่างหายไปจากการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรุ่น  Group C เป็นเวลาถึง 30 ปี ค่ายตราดาวก็หวนคืนสู่กลิ่นยางไหม้และกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงอันน่าหลงใหลอีก ครั้งในปี ค.ศ.1985 ด้วยตัวรถรุ่น C8 วางเครื่องยนต์แบบ V8 440 แรงม้าที่ถูกพัฒนาโดยฝีมือของ Mr. Peter Sauber

1988 Mercedes Benz 190 E 2.5-16 Evolution I-II
ค่าย ตราดาวส่งรถบ้านที่ตกแต่งโดยสำนักงานมอเตอร์สปอร์ต AMG ในรุ่น  190 E 2.5-16 Evolution I และ II ลงทำการแข่งขันในรายการ DTM รายการแข่งรถที่ใช้รถแข่งซึ่งผลิตขึ้นในเยอรมนีทั้งหมด และคว้าตำแหน่งชนะเลิศประเภทผู้ผลิตมาครองในปี ค.ศ.1991 จากสมรรถนะของเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบติดระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ

1989  Mercedes Benz C9
การ หวนกลับคืนสู่สังเวียนแข่งขันของทีม  Silver Arrows ด้วยรถแข่ง Prototype C9 Model มันมีเครื่องยนต์อันทรงประสิทธิภาพขนาด V8 5.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ เพื่อส่งลงทำการแข่งขันในรายการ Le Mans 24 h. และมันก็ไม่ทำให้แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตของ Benz ต้องผิดหวังด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 จากการวิ่ง 24 ชั่วโมงบนระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร คว้าแชมป์โลกประเภททีมผู้ผลิตในรุ่น Group C ไปครองด้วยความภาคภูมิ

1992  Mercedes Benz AMG And Mercedes Benz
AMG แผนกมอเตอร์สปอร์ตของ Benz ครองความยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน DTM ด้วยการคว้าชัยชนะถึง 16 ครั้งจากทั้งหมด 24 ครั้ง ในการแข่งรถที่ Hockenhemring ซึ่งทำให้ Ellen Lohr กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ชนะเลิศในการแข่งขัน DTM

1994  Mercedes Benz F1 Sauber C12
รถ แข่ง Formula 1 -   Mercedes Benz Sauber C12 เผยให้เห็นถึงเทคโนโลยีจักรกลแห่งการทำความเร็วในสนามแข่งขันรถยนต์ความเร็ว สูง Formula นับเป็นหนึ่งในบรรดานวัตกรรมของการพัฒนาตัวรถที่เกิดขึ้่นในสนามแข่งขัน ล้วนๆ ประสบการณ์ และชัยชนะอันมีค่า ถูกถ่ายทอดลงไปบนตัวรถ Sauber C12 ซึ่งสามารถทำความเร็วทางตรงในสนามได้ถึง 354.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1997  Mercedes Benz CLK-GTR
สุด ยดนักซิ่งชาวเยอรมัน Bernd Schneider ควบรถ Mercedes Benz CLK-GTR เข้าเส้นชัยคว้าตำแหน่งชนะเลิศในรายการ FIA GT Championships ในประเภทรถยนต์โปรดักชั่นคาร์ เครื่องยนต์วางกลางลำแบบ V12 ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 6.0 ลิตร 450 แรงม้า เป็นการร่วมกันพัฒนาระหว่าง AMG และ Mercedes Benz ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด

1998  McLaren -   Mercedes MP4/13
มัน เป็นรถแข่ง Formula 1 ที่ทีม McLaren - Mercedes ใช้ในการล่าคะแนนสะสมของการแข่งรถ F1 ประจำปี ค.ศ. 1995-1998 หลังจากนั้นมันขึ้นถึงจุดสูงสุดด้วยการคว้าชัยชนะ ซึ่งหมายถึงตำแหน่งแชมป์โลกให้กับ Mika Hakkinen สุดยอดนักซิ่งตลอดกาลชาวฟินแลนด์

2008  McLaren -   Mercedes MP4/23
Lewis Hamilton ควบรถแข่ง F1 McLaren - Mercedes MP4/23 ฉลองชัยชนะในการแข่งขันรายการสุดท้ายของฤดูกาลประจำปี ค.ศ. 2008 พร้อมกับตำแหน่งแชมป์โลกนักขับที่มีอายุน้อยที่สุด สำหรับทีมแข่ง Vodafone McLaren - Mercedes  Hamilton ถือเป็นนักขับคนที่ 3 ที่คว้าตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ไปครอง จากฝีมือและตัวรถอันยอดเยี่ยมบนสนาม Formula 1

2009 Brawn - Mercedes FO180W
Jenson Button นักขับชาวอังกฤษควบ  Brawn - Mercedes FO180W เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ของฤดูกาลแข่งขันรถ Formula 1 ประจำปี ค.ศ. 2009 รถแข่ง F1 ของทีม  Brawn Mercedes คันนี้ วางเครื่องยนต์แบบ V8 รุ่น FO180W 700 แรงม้า ตัวรถได้รับการปรับตั้งช่วงล่างและระบบแอร์โรไดนามิกส์ให้รองรับกับทุกสภาพ สนามของการแข่งขัน Formula 1 ประจำปี ค.ศ.2009 ทำให้  Button ขับได้ดีอย่างเหลือเชื่อ และทิ้งห่างคู่ต่อสู้แบบไม่เห็นฝุ่นตลอดการแข่งขัน

2010  Mercedes Benz C-Class Race Car
ปี ค.ศ.2010 กับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในเยอรมนีหรือ German Touring Car Masters คือชื่อใหม่ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่โด่งดังของทวีปยุโรป หลังจากที่ใช้ชื่อการแข่งขันว่า  German Touring Car Championships หรือ DTM มานานกว่า 10 ปี รถแข่งภายใต้สัญลักษณ์ดาวสามแฉกที่ขับโดยนักแข่งจากทีมแข่งของ  Mercedes Benz สามารถกำชัยชนะได้มากถึง 6 ฤดูกาล สำหรับแชมป์ 4 สมัยซ้อนอย่าง  Bernd Schneider ได้หวนกลับมาคว้าตำแหน่งชนะเลิศในรายการนี้อีกครั้ง ส่วนผู้ชนะในปี ค.ศ.2009 ได้แก่ Paul di Resta

2011   Mercedes Benz SLS AMG Gullwing
Bernd Maylander อดีตผู้ชนะการแข่งขันในรายการ  Nurburrging 24 h. ซึ่งแม้จะไม่ได้ลงร่วมทำการแข่งขันรถ   Formula 1 เพื่อสะสมคะแนนชิงแชมป์โลก แต่เขากลับเป็นผู้นำหน้ารถแข่ง F1 ทั้ง 26 คัน ในการวิ่งนำขบวนด้วยตัวรถ F1 Safety Car ซึ่งเป็นรถซุปเปอร์คาร์ของ  Mercedes Benz รุ่น SLS AMG Gullwing Safety Car เครื่องยนต์ V8 420 กิโลวัตต์ วางด้านหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง กับแรงบิด 650 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรได้ภายในเวลา 3.7 วินาที บวกไซเรนบนหลังคาที่แสนจะงดงามและดุดันยามวิ่งออกมานำขบวนฝูงรถแข่ง F1 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในสนามแข่ง.



Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom